“ โลกหลังอเมริกา ” คือโลกไม่ได้มีอเมริกาเป็นอภิมหาอำนาจในการจัดระเบียบโลกแต่เพียงผู้เดียว

America-after

“ โลกหลังอเมริกา ” คือ โลกที่เคยมีอเมริกาเป็นอภิมหาอำนาจสามารถดำเนินการจัดระเบียบโลกได้แต่เพียงผู้เดียว มันจบหลงอย่างไม่มีวันหวนกลับคืน โดยแสดงความชัดเจนออกมาในปี 2017 ตอนประธานาธิบดี Donald trump ขึ้นบริหารประเทศใกล้ครบปี แต่อย่างไรก็ตาม Trump ก็ยังไม่ได้เป็นสาเหตุของการสิ้นสุดนี้ แต่เป็นผู้แสดงอาการเท่านั้น

เริ่มมาตั้งแต่ปี 2008 ได้มีนักหนังสือพิมพ์พ่วงตำแหน่งพิธีกรสหรัฐเชื้อสายอินเดียนาม Fareed Zakaria ได้เผยแพร่หนังสือชื่อ “ Post-American World : And the Rise of the Rest ” ผลปรากฏว่าติดอันดับหนังสือขายดีของหนังสือพิมพ์ New York Times ในหนังสือเล่มนี้เขาได้ทำการเสนอว่ายุครุ่งเรืองของอเมริกาใกล้สิ้นสุดแล้ว เช่น จะถูกตามทัน ความเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของโลกจะจบลงปี 2040 ต่อมาอเมริกาได้ขับเคลื่อนโลกเพื่อสู่ระบอบประชาธิปไตยพร้อมเปิดตลาดเสรี จากการปฏิบัติเช่นนี้เป็นการเปิดโอกาสให้หลายประเทศซึ่งกำลังพัฒนา เช่น จีนกับอินเดีย ตีคู่ขึ้นมาเทียบเท่า ทว่าอเมริกาไม่ได้เสื่อมถอยลง แต่ประเทศอื่นต่างหากที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาอีกทั้งยังคงรักษาความเป็นมหาอำนาจไว้ได้อย่างยาวนาน

America-after-photo

ไม่เพียงเท่านั้นยังมีนักวิเคราะห์สถานการณ์อีกจำนวนมากเห็นว่าสหรัฐกำลังเข้าสู่ความเสื่อมถอย เช่น บทความของ Francis Fukuyama ชื่อ “สหรัฐยามเสื่อมถอย : สาเหตุแห่งความผิดปรกติทางการเมือง” , บทความของ David Rothkopf ชื่อ “อเมริกาเป็นรัฐล้มเหลวหรือไม่” นอกจากนี้ประเทศที่ก้าวขึ้นมาต่อกรกับสหรัฐอย่างดุเดือดกลับเป็นรัสเซีย นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเร่งที่ทำให้สหรัฐถึงจุดจบเร็วกว่าที่คาด

นอกจากนี้ศาสตราจารย์ Philip Alston ผู้เชี่ยวชาญด้านความยากจน แห่งองค์การสหประชาชาติ ได้เดินทางไปยังนคร Los Angeles , Alabama , Georgia , Virginia และ Washington, D.C., เป็นเวลา 2 สัปดาห์ตามคำเชิญของรัฐบาลสหรัฐ ต่อมาจึงได้มีการออกคำแถลงเกี่ยวกับฐานะความยากจนของสหรัฐในปี 2017 ได้แก่

  • สหรัฐเป็นประเทศร่ำรวยและมีอำนาจมากที่สุด รวมทั้งมีเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ทว่า 2 สิ่งนี้ไม่อาจแก้ไขสถานการณ์ที่มีคนยากจนมากถึง 40 ล้านคนได้
  • มีตัวเลขแสดงถึงปัญหาดังกล่าว เช่น สหรัฐทุ่มงบประมาณทางทหาร มากกว่างบประมาณของจีน , ซาอุดีอาระเบีย , รัสเซีย , อังกฤษ , อินเดีย , ฝรั่งเศสและญี่ปุ่นรวมกัน
  • ระดับความไม่เท่าเทียมกันในสหรัฐสูงกว่าประเทศในยุโรปเกือบทุกประเทศ
  • สหรัฐมีจำนวนประชากรที่เป็นคนอ้วนสูงสุดในโลกที่พัฒนาแล้ว
  • อัตราการเสียชีวิตของทารกของสหรัฐปี 2013 สูงสุดในประเทศพัฒนาแล้ว

ความยากจนของคนอเมริกันกระจายตัวไปทั่ว โดยผสมทั้งคนผิวขาว , ผิวดำ , ชาวละติน รวมทั้งสีผิวอื่นๆ มีคนยากจนที่เป็นคนผิวขาวมากกว่าคนผิวดำมากถึง 8 ล้านคน