อิหร่านประณามสหรัฐฯ ปลุกปั่นความไม่สงบ ไล่ Trump กลับไปดูแลคนเร่ร่อนในประเทศตนเอง

AFP-pic

AFP – บรรดานักการเมืองสายปฏิรูปของอิหร่านในวันอังคารที่ 2 มกราคม ออกมาประณามเหตุความรุนแรงซึ่งสร้างผลกระทบต่อประเทศในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พร้อมยังกล่าวหาสหรัฐฯ ซึ่งออกมาปลุกปั่นความไม่สงบ ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ก็ดำเนินการตอบโต้ประธานาธิบดี Donald Trump ว่าควรเอาเวลาไปใส่ใจพวกเร่ร่อนและประชาชนผู้หิวโหยภายในประเทศของตนเองจะดีกว่า

ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 รายในเหตุความรุนแรงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยสถานการณ์ปะทุขึ้นในเมืองมัชฮาด เมืองขนาดใหญ่อันดับ 2 ของอิหร่าน ในวันพฤหัสบดี 28 ธันวาคม พ.ศ. 2560 จากความไม่พอใจต่อสภาพเศรษฐกิจอันย่ำแย่ จนลุกลามกลายเป็นการต่อต้านอย่างรวดเร็ว

โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐฯ คู่อริของอิหร่าน ได้ออกมาวิจารณ์เตหะรานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่มีการประท้วง ต่อมาในวันอังคารที่ 2 มกราคม Trump ออกมาตอกย้ำจุดยืนอีกครั้ง ด้วยการยกย่องชื่นชมพวกผู้ประท้วง ที่กล้าต่อต้านรัฐบาลอันโหดร้ายของเตหะราน

โดยความเห็นของประธานาธิบดี Donald Trump แสดงถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯจะขอถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี ค.ศ. 2015 ระหว่างอิหร่านกับ 6 ชาติมหาอำนาจ ได้แก่ อังกฤษ, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, รัสเซียและอเมริกาโดยถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จทางด้านนโยบายต่างประเทศของอดีตรัฐบาลของนาย Barack Obama

AFP-image

ต่อมาเมื่อวันจันทร์ ที่ 1 มกราคม Donald Trump ออกมาบอกว่า ถึงเวลาแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลง เพราะชาวอิหร่านทั้งประเทศกำลังโหยหาเสรีภาพ

ทำให้ทาง Twitter ออกมาโจมตีโต้ตอบนาย Trump พร้อมกระตุ้นให้กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกมาตอบโต้อีกทางหนึ่ง โดยกล่าวว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ควรมุ่งให้ความสนใจกับ “คนเร่ร่อนและประชาชนผู้หิวโหย” ในประเทศของเขาเองจะดีกว่า แทนที่จะเสียเวลาไปกับการส่ง Twitter ดูหมิ่นอย่างไร้ประโยชน์ในเรื่องของประเทศอื่น เขาน่าจะทำเรื่องราวต่างๆให้ดีกว่านี้ ในการดูแลประเด็นปัญหาภายในประเทศของตนเอง เช่น การเข่นฆ่ากันรายวันซึ่งมีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน รวมทั้งกลุ่มคนเร่ร่อนและประชาชนตาดำๆผู้หิวกระหายอีกหลายล้านชีวิต” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านกล่าว

โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี Hassan rouhani ของอิหร่าน ออกมาตอบโต้ความเห็นของ Trump  โดยบอกว่าผู้นำสหรัฐฯไม่มีสิทธิ์มาเห็นใจพวกผู้ประท้วงของอิหร่าน

ต่อมาเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ออกมาระบุว่า เหตุการณ์ความวุ่นวายครั้งนี้ จัดเป็นความท้าทายอันใหญ่หลวงที่สุดของรัฐบาล เริ่มจากการประท้วงเมื่อปี 2009 ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็น “สงครามตัวแทนต่อต้านชาวอิหร่าน” พร้อมชี้แจงว่า แฮชแท็กรวมทั้งข้อความมากมายในแง่ลบเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านนั้น มาจากอเมริกา , อังกฤษ และซาอุดีอาระเบีย