กำแพงกั้นเม็กซิโก นโยบายที่ผิดพลาดของทรัมป์

Walls-of-Mexico

ตั้งแต่ประเทศสหรัฐอเมริกามีประธานาธิบดีที่ชื่อว่า ดอนัลด์ ทรัมป์ ต้องบอกว่านโยบายตั้งแต่ในช่วงหาเสียงนั้นแต่ละอย่างแสดงความสุดโต่งออกมาชนิดที่เรียกว่าหลายคนอึ้งกันไปเลย หนึ่งนโยบายที่น่าสนใจของทรัมป์ว่าจะกล้าลงมือทำจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่ลมปากตอนหาเสียงนั่นคือ นโยบายกั้นกำแพงพรมแดนประเทศเม็กซิโก

Walls-of-Mexico-pic

กำแพงกั้นเม็กซิโก

การมีปัญหากับประเทศที่อยู่ติดกันตามแนวตะเข็บชายแดนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็นมุมไหนของโลก ซึ่งน่าแปลกแม้ว่าประเทศอยู่ติดกัน หลายแห่งกลับไม่ร่วมมือกันดีสักเท่าไร ในกรณีของสหรัฐอเมริกากับเม็กซิโกเอง ต้องยอมรับว่าหากกางแผนที่ดูจะรู้เลยว่าทั้งสองประเทศมีพรมแดนติดกันยาวเฟื้อยเลยทีเดียว ระยะทางตามแนวชายแดน 1,933 ไมล์นี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยในการทำกำแพงกั้น

สภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกัน

นอกจากความยาวถึง 1,933 ไมล์นี้ว่ายากแล้วสำหรับการสร้าง อีกเรื่องที่ทำให้การสร้างกำแพงกั้นยากขึ้นไปกว่าเดิมนั่นคือแต่ละสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน บางพื้นที่อาจจะเป็นทุ่งหญ้าธรรมดาซึ่งดูแล้วไม่น่ามีปัญหา แต่บางพื้นที่ก็เป็นเขตทะเลทรายอย่างเช่นในเขตแคลิฟอร์เนีย กับ นิวเม็กซิโกที่เขตชายแดนเป็นที่รกร้างและเต็มไปด้วยทะเลทราย นั่นทำให้การสร้างรั้วทำให้คงทนถาวรทำได้ยาก เนื่องจากรั้วมักจะพังจากลมที่พัดมาตลอดเวลา

งบประมาณอันสูงลิบ

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นโยบายนี้ของทรัมป์ ดูจะเป็นเรื่องที่ผิดพลาดนั่นคือ งบประมาณในการก่อสร้าง ตอนนี้ขั้นตอนการสร้างอยู่ในการหาต้นแบบอยู่ซึ่งจากข่าวรายงานว่า กำแพงจะมีความสูง 30 ฟุต(ประมาณ 9 เมตร) มีการคาดการณ์ว่านโยบายนี้จะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 21,600 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 723,600 ล้านบาทไทย มองดูแล้วเป็นการลงทุนที่ดูจะไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ยังไม่นับสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ที่สหรัฐคนว่างงานตกเงินเยอะอยู่ ที่รัฐอาจจะต้องเอาเงินมาอุ้มอีก อย่าลืมว่าเม็กซิโกในฐานะประเทศพรมแดนประกาศแล้วว่าจะไม่ช่วยเหลือเงินในการสร้างครั้งนี้ด้วยทำให้สหรัฐรับไปเต็มๆ เชื่อว่าน่าจะตกไปจากสภาคองเกรส

กำแพงกั้น ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ ทรัมป์ ต้องลงมือสร้างกำแพงกั้นระหว่างอเมริกากับเม็กซิโก นั่นคือการยุติความขัดแย้งต่างๆระหว่างกัน ยังไม่นับเรื่องยาเสพติด คนอพยพ และเรื่องราวผิดกฎหมายอีกด้วย แต่เชื่อว่าการลงทุนครั้งนี้เหมือนเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า แม้ว่าจะสร้างกำแพงสักเท่าไร แต่ระยะทางที่ยาวมาก แถมมีสภาพพื้นที่ที่อันตราย เดี๋ยวก็ต้องมีคนแอบทำลายมุดเข้ามาอยู่ดี ยกเว้นจะติดเซนเซอร์ หรือ กล้องวงจรปิดไว้เพื่อส่งสัญญาณเตือนในกรณีที่คนแอบเข้ามา ถ้ากล้าลงทุนแบบนั้นจริงค่อยมาว่ากันใหม่